วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กำจัดรอยคล้ำใต้ตา
กำจัดรอยคล้ำใต้ตา (Lisa)
วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ซ่อนรอยคล้ำใต้ตาไว้ โดยใช้คอนซีลเลอร์ก่อนลงรองพื้น คุณควรเลือกคอนซีลเลอร์เฉดสีที่อ่อนกว่าสีรองพื้นตามปกติของคุณ และควรใช้แต่น้อย ส่วนวิธีการลดเลือนรอยคล้ำใต้ตานั้น คุณก็ควรใช้ครีมทาตาที่มีส่วนผสมของกรดอัลฟ่าไฮดร็อกซี่ คอลลาเจน อีลาสติน และวิตามินอี ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดอัลฟ่าไฮดร็อกซี่นั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวในวัยผู้ใหญ่ที่ผลัดเซลล์ผิวช้า เพราะจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ส่งผลให้สารบำรุงในครีมแทรกซึมเข้าไปในผิวได้มากขึ้น และถ้าคุณมีถุงใต้ตาร่วมด้วย ก็ควรใช้ถุงประคบเย็นวางไว้บนดวงตา เพื่อช่วยลดอาการบวม และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในบริเวณที่มีรอยคล้ำ
แต่ถ้ารอยคล้ำใต้ตาของคุณเป็นแบบเรื้อรังไม่ยอมหาย หรือทำท่าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้น คุณก็อาจต้องไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นจริงเป็นจังกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการขัดลอกผิวด้วยสารเคมี หรือการทำทรีทเมนต์ด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นผลที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและการตัดสินใจของแพทย์เท่านั้น

กระตุ้นลูกคิดด้วย 5 กิจกรรม
การคิด เป็นพลังสร้างสรรค์เรื่องดีทั้งต่อตัวเด็กและผู้อื่น แต่ก่อนที่ลูกๆ จะเข้าใจเรื่องนี้มีทักษะความคิดดีๆ เกิดขึ้นได้นั้น ต้องอาศัยแบบอย่างการสะสมประสบการณ์จากคุณพ่อคุณแม่ ลองมาดูวิธีการจากกิจกรรมต่อไปนี้ เพื่อเป็นแนวทาง นำไปปรับใช้ชวนลูกๆ คิดกันค่ะ
1. ชวนคุย
ทุกๆ เรื่องที่ลูกพูดคุยเป็นประจำกับคุณนั่นแหละค่ะ แม้ว่าเรื่องที่ลูกคิดสิ่งที่พ่อแม่ได้ยินได้ฟัง ดูเหนือธรรมชาติ ต่างจากความจริง แต่หากคิดตามฟังเสียงลูกจะเข้าใจว่า ลูกมีความคิดอย่างไร สนใจสิ่งใด และโลกจินตนาการของลูกที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์สามารถนำมาต่อยอดชวนลูกคิดได้
How to
สังเกตว่าลูกใส่ใจกับอะไร สิ่งใด เพื่อคอยช่วยสนับสนุนหรือให้ลูกได้เรียนรู้ สัมผัสจากของจริง เช่น ลูกชอบการปั้น การสร้างหุ่นยนต์ ก็อาจพาลูกไปดูการแข่งขันหุ่นยนต์
2. ชวนอ่านหนังสือ
วิธีที่ง่ายที่สุด คือการหยิบนิทาน หนังสือสักเล่มที่ลูกชอบ อ่านให้ลูกแล้วตั้งคำถามให้ลูกสนใจ ได้คิดในขณะที่พ่อแม่เป็นฝ่ายสนับสนุนโลกจินตนาการ ตอบในสิ่งที่ลูกถาม สร้างความคิดในมุมบวกให้ได้มากที่สุดจะช่วยกระตุ้นให้ลูกได้คิด รู้จักแสดงความคิดเห็น
How to
หมั่นตั้งคำถาม เปิดโอกาสดีๆ ให้ลูกแสดงความคิดของตัวเองขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่สอดแทรกความคิดเห็น อธิบายในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ลูกก็จะได้เรียนรู้ รู้จักรับฟังเหตุผลผู้อื่นด้วย
3. ชวนสนุกกับงานบ้าน
ชวนลูกเก็บกวาด เช็ดถู ทำความสะอาดบ้านห้องนอน ของเล่น กิจกรรมง่ายๆ ในบ้านที่แสนง่าย และมีประโยชน์ เมื่อลูกทำได้แล้ว จากนั้นค่อยๆ เพิ่มเป้าหมายมากขึ้น แต่ก็ต้องคำนึงถึงความสามารถและวัยของลูกเป็นที่ตั้ง
How to
พยายามให้ลูกคิดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทำสิ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ เมื่อลูกทำได้ก็ควรชื่นชมและชมเชย ให้ลูกรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่ทำได้
4. ตั้งโจทย์ ทดสอบไอคิว/อีคิว
ลองตั้งโจทย์ง่ายๆ ตรวจดูความคิดกับลูกด้วยสถานการณ์บางเรื่อง เช่น ถูกรังแก ถูกเพื่อนแย่งของเล่น เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่า ลูกจัดการกับปัญหาอย่างไรค่ะ
How to
ควรให้ลูกรู้ด้วยว่า อุปสรรค ปัญหา ความผิดหวังเป็นเรื่องที่เราทุกคนพบเจอได้ แต่สิ่งสำคัญคือการยอมรับกับความจริง สิ่งที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะจัดการแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมได้อย่างไร
5. ชวนดูข่าว สารคดีดีๆ
นำมาเป็นประเด็นพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือสิ่งที่ลูกคิด เช่น ข่าวการลักขโมย การทำร้าย… เป็นต้น จากนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็อาจสอดแทรกทัศนคติที่ดีหรือวิธีคิดที่เป็นบวก เมื่อฝึกบ่อยๆ วิธีคิดเหล่านี้จะส่งถึงตัวลูก
How to
สอนให้ลูกรู้และเข้าใจว่า ในประเด็นเรื่องเดียวกันความคิดของแต่ละคนอาจรู้สึกและคิดได้หลากหลายมุมมอง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การคิดต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ความเป็นเหตุเป็นผลค่ะ

4 วิธีดูแลความงาม ด้วยเกลือป่น

คุณอาจคาดไม่ถึงว่าเกลือที่คุณใช้ปรุงอาหารอยู่ทุกวันนั้น ก็สามารถช่วยดูแลความงามให้คุณได้ด้วย ยังไงน่ะเหรอ? นี่คือรายละเอียด

ช่วยทำให้ผิวนุ่มขึ้น

เกลือนอกจากจะทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกและเป็นตัวต่อต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติแล้ว ยังช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้ด้วย โดยใช้เกลือผงประมาณหนึ่งกำมือนวดเบาๆ เป็นแนววงกลมลงบนผิว แล้วล้างน้ำออก

ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เส้นผม

คุณอาจสังเกตเห็นว่าเวลาไปเที่ยวทะเลแล้วเส้นผมมักจะอยู่ทรงสวย นั่นก็เพราะเกลือในน้ำทะเลจับตัวอยู่บนเส้นผม ทำให้เส้นผมมีน้ำหนักและอยู่ทรงได้ คุณสามารถมีผมสวยอย่างนั้นโดยไม่ต้องลงทะเลได้ โดยผสมเกลือผงหนึ่งช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำสะอาดหนึ่งถ้วย คนให้เข้ากันแล้วเทลงในขวดสเปรย์ จากนั้นก็ฉีดลงบนเส้นผมในขณะแต่ทรง แล้วปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ

ขจัดความมันเยิ้ม

ในการทำให้ผิวที่เป็นมันเยิ้มดูไม่เป็นเงา รวมทั้งทำให้ทุกสภาพผิวดูมีชีวิตชีวาขึ้นนั้น ก็ผสมเกลือครึ่งช้อนชาเข้ากับคลีนเซอร์ที่คุณใช้ล้างหน้าตามปกติ จากนั้นก็นวดลงบนผิวหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด

ทำความสะอาดล้ำลึก

คุณสามารถทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ด้วยการผสมแครอทสับละเอียด ¼ ถ้วย เกลือผง ½ ช้อนชา และมายองเนส 1 ½ ช้อนชา แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้น นำมาทาลงบนใบหน้าที่ยังชื้นๆ อยู่ ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างน้ำออก

การดูแลเล็บ


การล้างทำความสะอาดเล็บ
ควร ล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ใช้แปรงนุ่ม ๆ ขัดตามซอกเล็บเบา ๆ และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ชโลมด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือและเล็บ
การตัดเล็บมือที่ถูกต้อง ควร ตัดให้มีความโค้งมนไปตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้านั้น พยายามตัดให้เป็นเส้นตรงมากที่สุดเพื่อลดการสะสมของความสกปรกตามซอกเล็บและ โอกาสเกิดเล็บขบ ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อมากเกินไป และไม่ควรใช้วัสดุใด ๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบได้
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดเล็บ คือ หลังจากอาบน้ำ หรือล้างจาน เพราะเล็บจะมีความอ่อนนุ่ม ทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง แต่ถ้าหากไม่รอหลังอาบน้ำให้แช่เล็บในน้ำอุ่น สัก 5 นาทีก่อนตัดเล็บ
ตะไบเล็บให้สวย ถ้า หากใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเหล็ก ควรตะไบเล็บไปในทิศทางเดียว ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิคสามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้ การตะไบเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ
อย่าลืมดูแลรักษาเล็บ ให้สวย สะอาดอยู่เสมอ นะคะ ^-^

การดูแลฟัน

การดูแลฟันสำหรับผู้ใหญ่
การดูแลฟันที่ดีจะทำให้ท่านมีสุขภาพฟันและเหงือกที่แข็งแรงและเสริมความมั่นใจเมื่อเวลาออกสังคมการดูแล
ฟันในวัยนี้ประกอบด้วย

สภาพฟันและเหงือกที่แข็งแรง
สภาพฟันที่มีคราบหินปูนและมีฟันผุ
อาหาร
น้ำตาลยังคงเป็นสาเหตุที่สำคัญของฟันผุ เนื่องจากวัยนี้ต้องออกนอกบ้านไปเรียนหนังสือหรือทำงาน ดังนั้นต้องรับประทานอาหารนอกบ้านไม่สามารถควบคุมอาหารได้ ดังนั้นท่านต้องพยายามเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลให้มากที่สุด เลือกอาหารที่มีน้ำตาลต่ำ เลือกของว่างที่มีน้ำตาลต่ำเช่นผลไม้บางชนิด เช่นฝรั่ง แตงโม ชมพู่ ท่านอาจจะเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลซึ่งอาจจะช่วยลดการเกิดฟันผุ
เครื่องดื่ม
หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวให้ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำดังกล่าว
การดูแลฟัน
แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง
ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรค์
พบทันต์แพทย์ตรวจฟันอย่างน้อยปีละครั้ง